บมจ.ปตท.ขายหุ้น โรงกลั่น SPRC ที่เชฟรอน ถือหุ้นใหญ่ เกลี้ยงพอร์ต ล่าสุด ร้อยละ 5.41 ได้เงินเพิ่มกว่า 3.7 พันล้านบาท

นางนิธิมา เทพวนังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเงิน บมจ.ปตท. แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ตามที่ คณะกรรมการ บมจ. ปตท. นัดพิเศษ เมื่อวันที่9 พฤศจิกายน 2558 มีมติอนุมัติให้ ปตท. จำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จ ากัด (มหาชน) (“SPRC”) ที่ ปตท. ถืออยู่ในการกระจายหุ้นให้กับประชาชน ครั้งแรก(IPO)ของ SPRC ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้น SPRC ทั้งหมด โดยภายหลังจากการเสนอขายหุ้น SPRC ต่อประชาชน สัดส่วน การถือหุ้นของ ปตท. ใน SPRC ลดลงจากร้อยละ 36 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด เหลือร้อยละ 5.41 และเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ปตท. ได้จำหน่ายหุ้นสามัญของ SPRC ที่ ปตท. ถืออยู่ทั้งหมดจำนวน234,562,369 หุ้น คิดเป็น ร้อยละ 5.41 รวมเป็นมูลค่า 3,706,085,430.20 บาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รายการดังกล่าวไม่ใช่รายการเกี่ยวโยง แต่เป็นรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของ ปตท. ซึ่งมีมูลค่ารายการ ไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547

ทั้งนี้ โรงกลั่น SPRC ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน เป็นแห่งที่ 5 ของประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2533 ในช่วงที่ประเทศไทยยังไม่เปิดเสรีการกลั่นฯ โดย คาลเท็กซ์หรือ เชฟรอน ถือหุ้นร้อยละ 64 และ ปตท.ถือหุ้นด้วยร้อยละ 36 ซึ่ง ปตท.ประกาศมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะจำหน่ายหุ้นทั้งหมดของ SPRC เพื่อให้เหลือการเป็นเจ้าของให้น้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ขายหุ้น บมจ.บางจากฯ ออกไปแล้ว ปัจจุบัน ปตท.ถือหุ้น ในโรงกลั่นไทยออยล์,บมจ.พีทีทีโกลบอลเคมิคอล และ บมจ.ไออาร์พีซี ในขณะที่ประเทศมีทั้งหมด 6 โรงกลั่น -สำนักข่าวไทย