อีกหนึ่งภัยเงียบสุขภาพใกล้ตัว “โรคไต” โรคที่บั่นทอนสุขภาพเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย การดูแลสุขภาพ ป้องกันการเกิดโรคนับแต่เนิ่นๆ ก่อนต้องเผชิญกับการเจ็บป่วยจึงไม่ควรมองข้าม ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สสส. ให้ความรู้ แนะนำการดูแลสุขภาพไตว่า สถานการณ์โรคไตยังคงมีแนวโน้มสูง

ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามป้องกันเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเข้าสู่ไตวายระยะสุดท้าย ที่จะต้องเข้ารับการล้างไต โดยให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพมาโดยตลอด นอกจากนี้ทุกปีใน วันไตโลก ซึ่งปีนี้เน้นในเรื่อง โรคไตกับสตรี โดยวันที่ 3 มีนาคม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หลายหน่วยงานผสานความร่วมมือร่วมกันส่งเสริมความรู้ ให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพไต กระตุ้นเตือนในประเด็นต่าง ๆ ที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดขึ้นของโรคไต “โรคไต เกิดขึ้นได้ทั้งกับเพศชาย และเพศหญิง โดยมีโอกาสเป็นโรคไตได้พอ ๆ กัน แต่ปัจจุบันจำนวนประชากรที่เป็นเพศหญิงของประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าประชากรชาย ในเรื่องสตรีกับโรคไตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน นอกจากนี้บางโรคพบบ่อยในเพศหญิง อย่างเช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบ ขัด หรือมีอาการปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่นมีเลือดปน ฯลฯ โดยหากไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามไปถึงไต ก็เป็นเหตุให้ไตติดเชื้อซึ่งพบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อีกทั้งพบโรค SLE ซึ่งส่งผลกระทบกับทุกอวัยวะ ทำลายหลายระบบ รวมถึงส่งผลต่อไต ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และยังมี โรคอ้วน ซึ่งจะนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ อีกทั้งการกินอาหารหวาน มัน เค็ม ก็ส่งผลต่อโรค ทั้งนี้ควรควบคุมการทานอาหารไม่ทานหวาน มัน เค็มเกิน ควรออกกำลังกาย ทานผักผลไม้ที่ไม่หวานจัด รวมถึงต้องดูแลจิตใจ ไม่เครียด ฯลฯ ” โรคไตจึงถือเป็นภัยเงียบ หากไม่ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ได้ตรวจเช็กค่าการทำงานของไต กว่าจะทราบหรือมีอาการอาจทำให้ไตเสียไป 70 เปอร์เซ็นต์ จึงแนะนำสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีอายุมากกว่า 60 ปี ฯลฯ ควรได้รับการตรวจสุขภาพ ดูค่าการทำงานของไตปีละหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไตวาย โดยหากพบความผิดปกติ เข้าถึงการรักษานับแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันได้ การรักษา คุณหมอสุรศักดิ์ ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพไตเพิ่มอีกว่า โรคไตมีหลายสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้ อย่างเช่น ดื่มน้ำสะอาด ให้เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำน้อยนั้นทำให้ร่างกายขาดน้ำ อาจติดเชื้อและอาจเป็นนิ่วได้ง่าย ทั้งนี้การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยละลายเกลือแร่ไม่ตกตะกอนกลายเป็นก้อนหิน ก้อนกรวดในไต ทำให้เป็นนิ่ว การดื่มน้ำจึงมีความสำคัญ อีกทั้งไม่ควรกลั้นปัสสาวะ และหากพบความผิดปกติอย่ามองข้าม ควรพบแพทย์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth